ศิลปะแบบนามธรรม

<strong>ศิลปะแบบนามธรรม</strong> post thumbnail image

ในขณะที่ศิลปะแนวสัจนิยมพยายามนำเสนอภาพของความเป็นจริง ศิลปะแบบนามธรรมพยายามแสวงหาสิ่งที่ตรงกันข้าม ศิลปินนามธรรมยุคแรกๆ ที่ทำงานในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ใช้สี รูปทรง และเส้นในการสร้างภาพวาด ประติมากรรม และภาพเขียนที่ให้ความรู้สึกเป็นอิสระจากวัตถุที่ระบุตัวตน ทิวทัศน์ และผู้คน การเป็นนามธรรมทำให้ศิลปินมีอิสระในการทดลองใช้วิธีการทางศิลปะในระดับใหม่ และช่วยให้ศิลปินเหล่านี้ปรับเปลี่ยนความหมายดั้งเดิมของคำว่า “ศิลปะ” ได้

          การเคลื่อนไหวของการออกแบบกราฟิกที่สำคัญหลายขบวนการ เช่น สไตล์สวิสในปี 1950 สไตล์เมมฟิสในปี 1980 และสไตล์มินิมอลในปี 1990 ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกแห่งศิลปะแบบนามธรรม รูปแบบทางเรขาคณิต เลย์เอาต์ที่เรียบง่าย และสีสันที่โดดเด่นล้วนเป็นลักษณะเด่นทั้งหมดในช่วงศตวรรษที่ 20 การออกแบบกราฟิกหันไปสู่รูปแบบศิลปะแบบนามธรรมอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างงาน   เชิงพาณิชย์สำหรับโปสเตอร์ นิตยสาร บรรจุภัณฑ์ และการสร้างแบรนด์ เหตุใดศิลปะแบบนามธรรมจึงดึงดูดนักออกแบบเช่นนี้?
            ประการแรก ศิลปะแบบนามธรรมมีความหลากหลายอย่างไม่น่าเชื่อ เนื่องจากวัตถุจริงหรือบุคคล   ไม่ได้ถูกแสดงอยู่ในภาพนามธรรม นักออกแบบจึงสามารถนำรูปแบบของภาพเหล่านี้ไปใช้กับโปรเจกต์ต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง ศิลปะแบบนามธรรมให้ความสำคัญกับอารมณ์และบุคลิกภาพของภาพมากกว่าเนื้อหาที่สมจริง ดังนั้นนักออกแบบจึงสามารถออกแบบรูปลักษณ์บางอย่างผ่านการปรับแต่งสีสัน รูปแบบ และแพทเทิร์น ในขณะที่ยังคงรักษาความเป็นกลางในการออกแบบเอาไว้ได้
            ประการที่สอง ภาพนามธรรมมีพลังทางจิตใจ การศึกษาจำนวนหนึ่งพบว่าศิลปะแบบนามธรรมสามารถส่งผลกระทบทางอารมณ์อย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ชม บางทีอาจเป็นเพราะว่าสิ่งที่เป็นนามธรรมได้ปลดปล่อยสมองจากการครอบงำของความเป็นจริง การศึกษาในปี 2012 แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างการดูศิลปะแบบนามธรรมกับความรู้สึกพึงพอใจ ด้วยเหตุนี้นักออกแบบและแบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญจึงสามารถใช้ภาพแบบนามธรรมเพื่อควบคุมอารมณ์ของผู้ชมและแม้กระทั่งเพื่อเพิ่มโอกาสในการซื้อผลิตภัณฑ์

ประการสุดท้ายภาพนามธรรมเชื่อมต่อกับความทันสมัยและความล้ำหน้าในการรับรู้ของสาธารณชน ธุรกิจที่ต้องการเป็นพันธมิตรกับความรู้สึกทันสมัยและแนวทางการบุกเบิกมักใช้ภาพนามธรรมในการสร้างแบรนด์และการตลาด ด้านล่างนี้คุณจะพบกับสไตล์ศิลปะแบบนามธรรมทั้ง 10 รูปแบบซึ่งนักออกแบบมักใช้งานเพื่อแต่งเติมความคิดสร้างสรรค์ ความสวยงาม

Related Post

art1

สถานที่แสดงงานศิลปะสถานที่แสดงงานศิลปะ

หลายคนคงจะเคยได้ยินคำว่าศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้นกันมาบ้าง ความหมายของประโยคคลาสสิกนี้อาจกล่าวได้ว่าชีวิตเราช่างแสนสั้น แต่ผลงานที่ทำยังคงอยู่ แม้จะเราตายไปแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ศิลปินทั้งหน้าใหม่ หน้าเก่าจึงสร้างผลงานอันเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ ที่จะยังคงจัดแสดงอยู่ตามแกลเลอรีตราบจนร่างกายสลายไป และสำหรับสายอาร์ตที่หลงไหลในงานศิลปะหรือศิลปินที่กำลังมองหาพื้นที่แสดงผลงานของตัวเองอยู่ วันนี้เราก็รวบรวมสถานที่จัดแสดงงานศิลปะมาฝากกันที่นี่แล้ว             1. THE QUEEN’S GALLERY The Queen’s Gallery เป็นหอศิลปะที่เกิดขึ้นด้วยพระมหา กรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานทางศิลปะของศิลปินชาวไทย ทั้งศิลปินอาวุโสผู้มากผลงาน รวมถึงศิลปินหน้าใหม่ด้วย          2. BANGKOK ART AND CULTURE CENTRE

art3

ลัทธิทางศิลปะลัทธิทางศิลปะ

ศิลปะ หมายถึง ผลแห่งพลังความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่แสดงออกมาในรูปลักษณ์ต่าง ๆ ให้ปรากฏซึ่งสุนทรียภาพ ความประทับใจ หรือ ความสะเทือนอารมณ์ ตามอัจฉริยภาพ พุทธิปัญญา รสนิยมและทักษะของแต่ละคน เพื่อความพอใจ ความรื่นรมย์ หรือเพื่อสนองตอบขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี หรือความเชื่อในลัทธิศาสนา                       1. ลัทธินีโอคลาสสิค (Neo-Classic)(ค.ศ.1800) ลัทธินี้ ศิลปินเกิดหวนกลับไปมีค่านิยมการสร้าง  ผลงานแบบกรีกและโรมันอีกครั้ง   ซึ่งศิลปินเหล่านี้ชอบความเรียบร้อยและเคร่งครัดในศิลปะแบบโบราณ  ลักษณะผลงานของลัทธินีโอคลาสสิค คือ มักเป็นภาพที่มีระยะใกล้ กลาง ไกล หรือที่เรียกว่า